Embassy Legalization Directory — รับรองเอกสารสถานทูต 20+ ประเทศ
ไดเรกทอรีสถานทูตในกรุงเทพ พร้อมขั้นตอน Apostille / Legalization ค่าธรรมเนียม และเอกสารที่ต้องใช้แบบครบจบในที่เดียว
🌐 เส้นทางรับรองเอกสารตามประเทศ
ตรวจ MFA สถานทูต คำแปล และข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับเป็นรายกรณี
ขั้นตอน 6 ขั้น
- 1ส่งความต้องการ
แจ้งประเทศปลายทางและประเภทเอกสารทาง LINE ทีมงานตอบกลับใน 30 นาที
- 2เตรียมเอกสารต้นฉบับ
นำส่งเอกสารต้นฉบับ + Passport + สำเนาบัตรประชาชน
- 3แปลเอกสาร
แปลโดยนักแปลรับรองภาษาที่ปลายทางต้องการ (NAATI/Assermenté/Jurado ตามข้อกำหนด)
- 4Notary + MFA Thailand
รับรองโดย Notarial Services Attorney และ MFA กรมการกงสุล
- 5สถานทูต / หน่วยงานผู้รับ
ดำเนินการตามขั้นตอนของสถานทูตหรือหน่วยงานผู้รับที่ตรวจยืนยันแล้วสำหรับเอกสารนั้น
- 6ส่งมอบ
ส่งฉบับจริงทาง EMS/Kerry/DHL พร้อม Tracking หรือรับด้วยตนเอง
คำถามที่พบบ่อย
Apostille กับ Legalization ต่างกันอย่างไร?
Apostille เป็นการรับรองแบบสากลตามอนุสัญญา Hague 1961 — รับรองครั้งเดียวใช้ได้กับทุกประเทศสมาชิก ส่วน Legalization เป็นการรับรองทีละขั้น (MFA + สถานทูตปลายทาง) สำหรับประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก Apostille
ไทยเข้าร่วม Apostille แล้วหรือยัง?
ประเทศไทยยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ค.ศ. 1961 เอกสารที่ออกในไทยจึงไม่สามารถขอ Apostille จากไทยได้ ต้องตรวจขั้นตอนนิติกรณ์กงสุลและสถานทูตกับหน่วยงานผู้รับเป็นรายกรณี
ราคาบริการเริ่มเท่าไหร่?
ค่าบริการขึ้นกับชนิดเอกสาร ภาษา หน่วยงานผู้รับ และขั้นตอนของสถานทูต ทีมงานจะตรวจข้อกำหนดก่อนออกใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร
ใช้เวลานานเท่าใด?
โดยทั่วไปกระบวนการนิติกรณ์และสถานทูตใช้ 10–25 วันทำการ แต่ต้องยืนยันตามประเทศ ประเภทเอกสาร และคิวของหน่วยงานในวันที่ยื่น
ต้องไปสถานทูตด้วยตัวเองหรือไม่?
ไม่จำเป็น — เรารับมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน ลูกค้าส่งเอกสารต้นฉบับมาให้เรา รับฉบับสมบูรณ์กลับทาง EMS/Kerry
ประเทศปลายทางเป็นสมาชิก Apostille แล้ว เอกสารไทยใช้ Apostille ได้หรือไม่?
ยังไม่ได้ เพราะ Apostille ใช้เมื่อทั้งประเทศต้นทางและปลายทางอยู่ภายใต้อนุสัญญา ปัจจุบันเอกสารที่ออกในไทยต้องตรวจเส้นทาง MFA และสถานทูตกับหน่วยงานผู้รับ